BYD เผยภาพอย่างเป็นทางการของ Seal 07 เจเนอเรชันที่สองเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 มาพร้อมตัวถังที่ใหญ่ขึ้นทุกมิติ หลังคาติดตั้ง LiDAR และมีทั้งรุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV) กับปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ระยะทางวิ่งสูงสุด 875 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
ตัวถังใหญ่ขึ้นทุกด้าน ยาวทะลุ 5 เมตร ระยะฐานล้อ 2,960 มม.
Seal 07 เจนสองใช้ภาษาการออกแบบ Ocean Aesthetics 2.0 ที่ทำให้หน้าตาไปในทิศทางเดียวกับ Seal 08 ตัวเรือธงของตระกูล Ocean ด้านหน้าเป็นกระจังปิดทึบ ไฟหน้าแบบแยกชั้นทรงคลื่น และติดตั้ง LiDAR บนหลังคา ซึ่งบ่งชี้ว่ารองรับระบบช่วยขับ God’s Eye B ของ BYD
มิติตัวถังขยายขึ้นเกือบทุกด้านเมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน ตามตารางด้านล่าง
| มิติ | Seal 07 ปัจจุบัน | Seal 07 เจนสอง |
|---|---|---|
| ความยาว | 4,995 มม. | 5,080 มม. |
| ความกว้าง | 1,910 มม. | 1,960 มม. |
| ความสูง | 1,495 มม. | 1,495 มม. |
| ระยะฐานล้อ | 2,900 มม. | 2,960 มม. |
ความยาวที่เพิ่มขึ้น 85 มม. และฐานล้อที่ยาวขึ้น 60 มม. ช่วยให้ห้องโดยสารกว้างขวางขึ้นอย่างชัดเจน ด้านข้างมีหลังคากระจกพาโนรามิก เปิดประตูแบบกึ่งซ่อน และล้ออัลลอยให้เลือกขนาด 18–19 นิ้ว ส่วนท้ายใช้ไฟท้ายยาวเต็มความกว้างในสไตล์เดียวกับ Seal 08
BYD Seal 07: รุ่นไฟฟ้าล้วน วิ่งไกลสุด 718 กม. WLTP ชาร์จ 10–97% ใน 9 นาที
รุ่น BEV มีสองชุดขุมพลัง ครอบคลุมทั้งคนที่อยากได้ราคาจับต้องง่ายและคนที่ต้องการระยะทางสูงสุด
| ขุมพลัง BEV | รุ่นเริ่มต้น | รุ่นระยะไกล |
|---|---|---|
| มอเตอร์ | 245 กิโลวัตต์ (329 แรงม้า) | 300 กิโลวัตต์ (408 แรงม้า) |
| แบตเตอรี่ (Blade 2.0 LFP) | 76.744 kWh | 88.682 kWh |
| ระยะทาง CLTC | 775 กม. | 875 กม. |
| ระยะทาง WLTP | 636 กม. | 718 กม. |
| ความเร็วสูงสุด | ไม่ระบุ | 240 กม./ชม. |
จุดเด่นของแบตเตอรี่ Blade 2.0 คือรองรับการชาร์จเร็วแบบ flash charging โดยรุ่นเริ่มต้นชาร์จจาก 10% ถึง 97% ภายใน 9 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่ช่วยลดความกังวลเรื่องเวลาเติมพลังงานได้มาก
รุ่นปลั๊กอินไฮบริด DM-i วิ่งไฟฟ้าล้วน 245 กม.
นอกจากรุ่นไฟฟ้าล้วนแล้ว Seal 07 เจนสองยังมีรุ่นปลั๊กอินไฮบริด DM-i ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร กำลัง 115 กิโลวัตต์ (154 แรงม้า) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 160 กิโลวัตต์ (215 แรงม้า) และแบตเตอรี่ LFP 38.029 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 245 กม. ตามมาตรฐาน WLTC ส่วนอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันตอนแบตเตอรี่หมด BYD ยังไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ
ยอดขายของ Seal 07 รุ่นปัจจุบันในจีนอยู่ที่เพียง 1,005 คันในเดือนสิงหาคม 2569 สะท้อนว่า BYD กำลังรอการเปลี่ยนผ่านสู่รุ่นเจนเนอเรชันใหม่นี้เต็มตัว
ทำไม Seal 07 เจนสองถึงสำคัญกับคนไทย
BYD เป็นแบรนด์รถไฟฟ้าอันดับหนึ่งในไทยและมีโรงงานประกอบที่นิคมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ส่วน BYD Seal ก็เป็นหนึ่งในรถเก๋งไฟฟ้าที่เป็นที่รู้จักดีของตลาดไทย Seal 07 เจนสองคือรุ่นต่อยอดของสายผลิตภัณฑ์เดียวกัน การที่รุ่นใหม่ใหญ่ขึ้น วิ่งไกลขึ้น และเพิ่มระบบช่วยขับระดับสูงขึ้น ย่อมมีผลต่อคนไทยที่กำลังตัดสินใจซื้อรถเก๋งไฟฟ้าโดยตรง
ทั้งนี้ ราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Seal 07 เจนสองยังไม่มีการประกาศออกมา โดย BYD เพิ่งเปิดเผยภาพและสเปกเบื้องต้นเท่านั้น
อ่านต่อ: BYD Fang Cheng Bao Formula S GT เปิดตัวในจีน มอเตอร์คู่ 657 แรงม้า
EDriv Inside
ผมมองว่าจุดที่น่าจับตาที่สุดของ Seal 07 เจนสองไม่ใช่แค่ตัวเลขระยะทาง แต่เป็นการยกระดับทั้งแพลตฟอร์ม
- ระยะทาง 875 กม. CLTC กับตัวถังระดับ 5 เมตร ทำให้ Seal 07 เจนสองยืนอยู่ในกลุ่มรถเก๋งไฟฟ้าระยะไกลระดับท็อปของตลาด และตัวเลข WLTP ที่ 718 กม. ก็ยังเป็นเลขที่ใช้งานได้จริงอย่างมีนัยสำคัญ
- การมีทั้ง BEV และ PHEV ในรุ่นเดียวกัน ทำให้ BYD ครอบคลุมลูกค้าทั้งสองกลุ่ม ทั้งคนที่พร้อมไปไฟฟ้าล้วนและคนที่ยังต้องการเครื่องยนต์สำรองสำหรับการเดินทางไกล
- สิ่งที่ผมอยากเห็นต่อคือราคา เพราะถ้า BYD ตั้งราคา Seal 07 เจนสองมาใกล้เคียงกับรุ่นปัจจุบัน ในขณะที่สเปกเพิ่มขึ้นขนาดนี้ มันจะสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อรถเก๋งไฟฟ้าคู่แข่งและรถเก๋งเครื่องยนต์ในตลาดไทย
ผมจะติดตามราคาเปิดตัวและกำหนดการนำเข้าไทยของ Seal 07 เจนสองต่อไป เพราะนี่คือหนึ่งในรุ่นที่มีผลต่อทิศทางตลาดรถเก๋งไฟฟ้าไทยชัดเจนที่สุดในรอบปีนี้
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ
