Geely Holding Group และ Nio ประกาศพันธมิตรทางยุทธศาสตร์แบบเต็มรูปแบบเมื่อ 28 กันยายนที่ผ่านมา ด้วยการถือหุ้นไขว้กัน — Geely เข้าถือหุ้น 30% ใน Nio Power ด้วยเงินสดกว่า 640 ล้านหยวน ส่วน Nio เข้าถือหุ้น 10% ในบริษัทชาร์จไฟของ Geely — เปิดทางให้เครือข่ายสลับแบตเตอรี่ในจีนหลุดพ้นจากการผูกติดแบรนด์เดียวเป็นครั้งแรก
ผมมองว่านี่คือดีลที่รอคอยกันมานาน — และมันใหญ่กว่าที่หลายคนคิด
ผมพูดตรงๆ นะครับ ข่าวลือเรื่อง Geely กับ Nio จะจับมือกันเรื่องแบตเตอรี่สลับได้มีมานานหลายเดือนแล้ว แต่พอมาถึงวันที่ประกาศจริง รายละเอียดของดีลกลับใหญ่กว่าที่ผมคาดไว้มาก เพราะไม่ใช่แค่ความร่วมมือแบบหลวมๆ แต่เป็นการถือหุ้นไขว้กันจริงจัง ทั้งสองฝ่ายเอาธุรกิจพลังงานของตัวเองมาผูกกันแบบมีผลประโยชน์ร่วม ผมมองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่สลับในจีน เพราะที่ผ่านมา Nio เป็นเจ้าเดียวที่ผลักดันโมเดลนี้อย่างจริงจัง ตอนนี้มีพันธมิตรใหญ่ระดับ Geely เข้ามาร่วมด้วยแล้ว
Geely Nio: รายละเอียดดีล — ถือหุ้นไขว้ พร้อมเงินสดหลักร้อยล้านหยวน
ภายใต้ข้อตกลง ทั้งสองฝ่ายจะถือหุ้นไขว้กันเพื่อผูกผลประโยชน์ด้านพลังงานให้ตรงกัน:
- Nio Power: Geely Holding Group จะเข้าถือหุ้น 30% ผ่านการนำหุ้น 100% ของ Yiyi Power (แขนธุรกิจสลับแบตเตอรี่ของ Geely) มาแลก พร้อมเงินสดเพิ่ม 640 ล้านหยวน (ราว 94.1 ล้านดอลลาร์) โดยธุรกิจสลับแบตเตอรี่รถเชิงพาณิชย์ของ Yiyi Power จะถูกรวมเข้ากับ Nio Power ทั้งหมด
- Haohan Power: Nio จะเข้าถือหุ้น 10% ในบริษัทลูกด้านการชาร์จไฟของ Geely หลังจากดีลนี้เสร็จสิ้น เครือข่ายชาร์จไฟของทั้งสองฝ่ายจะเชื่อมต่อถึงกันแบบเต็มรูปแบบ
ผมมองว่าโครงสร้างดีลแบบถือหุ้นไขว้นี้ฉลาดมาก เพราะมันทำให้ทั้งสองฝ่ายมีแรงจูงใจทางการเงินที่จะทำให้อีกฝ่ายประสบความสำเร็จจริงๆ ไม่ใช่แค่เซ็นสัญญาความร่วมมือแล้วต่างคนต่างทำ
เป้าหมายใหญ่ — มาตรฐานสลับแบตเตอรี่ที่ใช้ร่วมกันได้ทั้งอุตสาหกรรม
พันธมิตรนี้มีเป้าหมายผลักดันให้การสลับแบตเตอรี่หลุดพ้นจากการผูกติดแบรนด์เดียว ไปสู่มาตรฐานที่ใช้ร่วมกันได้ทั้งอุตสาหกรรม โดยทั้งสองฝ่ายตกลงจะ:
- พัฒนาร่วมกัน: เทคโนโลยีและมาตรฐานสลับแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลโดยเฉพาะ
- บูรณาการรถยนต์: Geely จะพัฒนารถรุ่นใหม่ให้รองรับมาตรฐานสลับแบตเตอรี่ร่วมกันนี้ ขณะที่ Nio Power จะเป็นผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานให้บริการ
- ขยายสเกล: Nio Energy ตั้งเป้าสถานีสลับแบตเตอรี่สะสมให้ถึง 10,000 แห่งภายในปี 2030 คิดเป็นความต้องการใช้ไฟฟ้าต่อปีมากกว่า 10,000 ล้านหน่วย (kWh)
ผมมองว่าเรื่องนี้เหมือนการที่ Tesla เปิดมาตรฐานหัวชาร์จ NACS ให้ค่ายรถอื่นในอเมริกาเข้าร่วมได้เมื่อไม่กี่ปีก่อน จนกลายเป็นมาตรฐานโดยพฤตินัยของทั้งตลาด — ต่างกันตรงที่รอบนี้เป็นเรื่องแบตเตอรี่สลับ ไม่ใช่หัวชาร์จ แต่หลักการเดียวกัน คือการเปิดมาตรฐานให้กว้างกว่าแบรนด์เดียวมักชนะระยะยาวเสมอ เหมือนสงคราม Betamax กับ VHS ที่รูปแบบเปิดกว้างกว่ามักเอาชนะรูปแบบผูกขาดในที่สุด
ขยายเครือข่ายชาร์จไฟคู่ขนาน — เป้า 22,000 สถานี 100,000 หัวจ่ายภายในปี 2027
นอกจากเรื่องสลับแบตเตอรี่ ดีลนี้ยังครอบคลุมการขยายโครงสร้างพื้นฐานชาร์จไฟด้วย โดย Geely วางแผนติดตั้งสถานีชาร์จมากกว่า 22,000 แห่ง และหัวจ่ายมากกว่า 100,000 หัวภายในสิ้นปี 2027 ครอบคลุมทุกเมืองระดับอำเภอทั่วจีน ผมมองว่าการที่ทั้งสองฝ่ายเชื่อมเครือข่ายชาร์จไฟเข้าด้วยกันพร้อมกับเรื่องแบตเตอรี่สลับ คือการสร้าง “ระบบนิเวศพลังงาน” ร่วมกันแบบครบวงจร ไม่ใช่แค่ดีลธุรกิจเดี่ยวๆ
Geely ไม่ใช่มือใหม่ในเรื่องนี้ — มี Yiyi Power อยู่แล้ว 470 สถานี
สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ Geely ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ในเรื่องแบตเตอรี่สลับ เพราะ Yiyi Power ของตัวเองดำเนินการสถานีสลับแบตเตอรี่อยู่แล้วราว 470 แห่ง ส่วนใหญ่ให้บริการรถแท็กซี่และรถรับจ้างสาธารณะ ผมมองว่าการที่ Geely เอาธุรกิจที่มีฐานอยู่แล้วมาผนวกเข้ากับเครือข่ายของ Nio ที่ใหญ่กว่ามากสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล คือการรวมจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกันแบบตรงจุด ไม่ใช่การเริ่มนับหนึ่งใหม่
มุมไทย — แบตเตอรี่สลับยังไม่มีในตลาดไทยเลย แต่คุ้มค่าติดตาม
ต้องยอมรับตรงๆ ว่าทั้ง Nio และเครือข่ายสลับแบตเตอรี่ของ Geely ยังไม่มีการดำเนินงานในไทยเลยแม้แต่จุดเดียว Nio เองก็ยังไม่ได้ทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ ส่วน Geely ที่ขายในไทยผ่าน Geely Auto Thailand ด้วยรุ่น EX5 ก็ยังไม่มีการพูดถึงบริการสลับแบตเตอรี่เลย ผมมองว่าแนวคิด “สลับแบตเตอรี่ 3 นาทีเหมือนเติมน้ำมัน” ยังเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับตลาดไทยตอนนี้ เพราะต้องอาศัยความหนาแน่นของสถานีที่สูงมาก และรถต้องออกแบบมาให้ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ตั้งแต่ต้น ซึ่งรถ EV ส่วนใหญ่ที่ขายในไทยตอนนี้ไม่ได้ออกแบบมาแบบนั้น แต่ที่น่าสนใจคือ Nio เคยพิสูจน์แล้วว่าโมเดลนี้ไปได้ไกลถึงยุโรป (มีสถานีในนอร์เวย์) ถ้ามาตรฐานร่วมนี้สำเร็จในจีนจริง โอกาสที่จะขยายมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะยาวก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้
สิ่งที่ทำให้ผมยังลังเล
- มาตรฐานร่วมยังอยู่ในขั้น “ตกลงจะพัฒนา” ไม่ใช่มาตรฐานที่ใช้งานได้จริงแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังต้องใช้เวลาพัฒนาเทคโนโลยีและมาตรฐานร่วมกัน ยังไม่มีรถรุ่นไหนที่รองรับระบบนี้ได้จริงในตอนนี้
- เป้าหมาย 10,000 สถานีภายในปี 2030 เป็นเป้าหมายระยะยาวมาก ปัจจุบัน Nio มีสถานีสลับแบตเตอรี่หลักพันแห่งเท่านั้น การขยายให้ถึงหมื่นแห่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลและเวลาหลายปี
- ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ว่าจะขยายมาสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหมดตอนนี้เป็นแผนสำหรับตลาดจีนล้วนๆ การจะมาถึงไทยยังเป็นเรื่องของอนาคตที่ไกลมาก
อ่านต่อ: Geely Smart Charge เปิดตัวสถานีชาร์จสูงสุด 2.25 เมกะวัตต์
ข้อมูลอ้างอิงจากรายงานของ CarNewsChina และประกาศของผู้เกี่ยวข้อง ตัวเลขและราคาที่กล่าวถึงอาจเป็นของตลาดต่างประเทศ ยังไม่ใช่ข้อมูลสำหรับตลาดไทย (Source: CarNewsChina, Geely Holding Group announcement, Nio announcement)
EDriv Inside
ผมมองว่าข่าวนี้สำคัญในฐานะสัญญาณทิศทางอุตสาหกรรมระยะยาว มากกว่าจะเป็นเรื่องที่กระทบคนไทยที่ซื้อรถวันนี้โดยตรง
- ถ้ามาตรฐานสลับแบตเตอรี่ร่วมนี้สำเร็จในจีนจริง ผมมองว่ามันจะเป็นแรงกดดันให้แบรนด์อื่นๆ ต้องเข้าร่วมมาตรฐานเดียวกันตามไปด้วย เหมือนที่เกิดขึ้นกับหัวชาร์จ NACS ในอเมริกา ซึ่งสุดท้ายเกือบทุกค่ายต้องยอมรับมาตรฐานเดียวกัน
- สำหรับคนไทยที่ใช้ Geely EX5 อยู่แล้ว อย่าเพิ่งคาดหวังว่าจะได้ใช้บริการสลับแบตเตอรี่ในเร็วๆ นี้ เพราะทั้งหมดยังเป็นแผนสำหรับตลาดจีนเท่านั้น
- ติดตามต่อว่า Nio จะเริ่มขยายตลาดมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อไหร่ เพราะถ้า Nio เริ่มทำตลาดในภูมิภาคนี้จริงจังเมื่อไหร่ นั่นจะเป็นสัญญาณว่าเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่อาจตามมาไม่ไกล
ผมจะติดตามต่อว่ารถรุ่นแรกที่รองรับมาตรฐานร่วมนี้จะเป็นรุ่นไหน และจะเปิดตัวเมื่อไหร่ เพราะนั่นจะเป็นจุดพิสูจน์จริงว่าดีลนี้ทำได้ตามที่ประกาศไว้หรือเปล่า
เรื่องนี้ตอกย้ำว่าสงครามพลังงานในอุตสาหกรรม EV จีนกำลังเปลี่ยนจาก “ใครเร็วกว่า” มาเป็น “ใครเปิดมาตรฐานกว้างกว่า” แล้ว
ประเด็นชวนคิด: หากการสลับแบตเตอรี่กลายเป็นมาตรฐานที่ใช้ร่วมกันได้หลายแบรนด์เหมือนหัวชาร์จ NACS นี่อาจเป็นทางออกที่ดีกว่าการชาร์จเร็วแบบเดิม แม้จะยังมีข้อจำกัดด้านความหนาแน่นของสถานีที่ต้องแก้ไขก่อน
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ
