เปิดปมอุบัติเหตุ Xiaomi SU7 ระบบขับขี่อัจฉริยะล้มเหลวในจีนจริงหรือ? เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 Xiaomi SU7 ที่มีหญิงสาววัยรุ่นสามคนประสบอุบัติเหตุบนทางหลวงในมณฑลอานฮุย และทั้งสามเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า อุบัติเหตุดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากบนอินเทอร์เน็ตในประเทศจีน ขณะเกิดเหตุรถกำลังขับเคลื่อนด้วยระบบขับขี่อัจฉริยะ NOA และตรวจพบสิ่งกีดขวาง แม้ว่าระบบจะเบรกแล้ว แต่รถก็ยังชนเข้ากับข้างทางด้วยความเร็ว 97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รายละเอียดของอุบัติเหตุนี้ได้มีการรายงานไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

โศกนาฏกรรมนี้ทำให้เกิดความสงสัยอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับทาง Xiaomi และคุณสมบัติการขับขี่อัจฉริยะ ภายในสองวัน มูลค่าหุ้นของ Xiaomi นั้นลดลงกว่า 540,000,000,000 บาท (15 billion USD) ในขณะเดียวกันผู้คนจำนวนมากและสื่อที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหลายแห่ง เช่น Guancha.cn ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะและแนวทางการตลาดของเทคโนโลยีดังกล่าว
ตามรายงานของ Guancha.cn แม่ของผู้ขับขี่ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวได้เตือนบุตรสาวหลายครั้งถึงอันตรายของการ “เชื่อมั่นในระบบขับขี่อัจฉริยะมากเกินไป” อย่างไรก็ตาม บุตรสาวตอบกลับว่าระบบดังกล่าว “ปลอดภัยที่จะใช้งาน”
สื่อต่างๆได้ชี้ให้เห็นในภายหลังว่า การใช้ถ้อยคำเกินจริงในโฆษณาและเกม รวมถึงการโปรโมตฟังก์ชันการขับขี่อัจฉริยะมากเกินไป ได้สร้างความสับสนเกี่ยวกับแนวคิดของ “การขับขี่อัจฉริยะ” ผู้ผลิตรถยนต์หลายราย โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นรถไฟฟ้า มักใช้คำโฆษณาอย่างเช่น “ระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง” “หลบหลีกสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ” หรือแม้แต่ “ปล่อยมือจากพวงมาลัย” เพื่อส่งเสริมระบบช่วยขับขี่ระดับ L2 คำโฆษณาเหล่านี้อาจทำให้ผู้บริโภคที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและเข้าใจผิด คิดว่ารถสามารถขับเองได้เกือบทั้งหมด ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียสมาธิในการขับขี่และเกิดอุบัติเหตุได้

นอกเหนือจากการใช้ภาษาทางการตลาดแล้ว สื่อยังเน้นย้ำว่าวิดีโอส่งเสริมการขายบางรายการมีเนื้อหาที่ผู้สร้างคอนเทนต์ปล่อยมือจากพวงมาลัยและปล่อยให้รถขับเคลื่อนเองเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดและใช้งาน ADAS ระดับ L2 อย่างไม่ถูกต้องและไม่ปลอดภัย หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีวิดีโอปรากฏขึ้นอีกชิ้นหนึ่ง แสดงให้เห็นผู้ขับขี่ SU7 อีกรายนอนหลับขณะที่รถกำลังขับอยู่บนทางหลวง

ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายทราบถึงปัญหานี้ Tesla ได้ถอนชื่อ FSD ออกจากระบบ ADAS ในสื่อส่งเสริมการขายของตน ทางรัฐบาลจีนได้ประกาศว่าจะควบคุมการใช้ภาษาทางการตลาดของการขับขี่อัจฉริยะในอนาคต
Editor’s Comment
การแข่งขันในตลาดรถยนต์จีนได้เปลี่ยนโฟกัสมาที่ระบบขับขี่อัจฉริยะ โดยผู้ผลิตรถยนต์ต่างพยายามโฆษณาว่าระบบของตน “ดีกว่าคู่แข่ง” ส่งผลให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับนวัตกรรมล่าสุด
ทั้งนี้ควรมีกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในการโฆษณาระบบขับขี่อัจฉริยะ รวมถึงให้ความรู้ผู้บริโภคอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อรถยนต์ที่มีระบบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ไม่ควรโทษผู้ผลิตรถยนต์เพียงฝ่ายเดียวหากเกิดอุบัติเหตุ—ผู้ขับขี่ยังคงเป็นผู้รับผิดชอบหลักต่อความปลอดภัยของตนเอง
📍 ติดตามเราได้อีกหนึ่งช่องทาง Facebook
www.facebook.com/edriv.th
www.facebook.com/edrivthailand
สำหรับเพื่อนๆที่มองหาประกันภัยสำหรับรถยนต์
อย่าพลาด! ติดต่อเราวันนี้ ราคาดีแน่นอน
Inbox มาคุยกันได้เลย!
ทางไลน์ 👉 https://bit.ly/4f3mkTv
ทางเฟสบุ๊กค์ 👉 www.facebook.com/Unlimit.th